ธุรกิจเครือข่าย จริง ๆ
แล้วก็เหมือนธุรกิจทั่ว ๆ ไปแหละครับ ผลิตสินค้าแล้วก็ขาย ขายของได้บริษัทก็มีกำไร
แต่ถ้าขายไม่ได้ธุรกิจก็เจ๊ง เพียงแต่ว่าวิธีการขาย
วิธีการกระจายสินค้าแตกต่างกันก็เท่านั้นเองครับ ธุรกิจทั่วไปผลิตสินค้า โฆษณาทำการตลาดแล้วกระจายสินค้าผ่านพ่อค้าส่งและพ่อค้าปลีก
ส่วนธุรกิจเครือข่ายผลิตสินค้า แล้วให้ผู้บริโภคเข้ามามีส่วนร่วมในการกระจายสินค้า ข้อดีคือ นอกจากบริษัทจะได้กระจายสินค้า ตัวผู้บริโภคเอง ก็ยังสามารถมีรายได้จากเครือข่ายผู้บริโภคที่ตนเองสร้างขึ้น ในฐานะของ เจ้าของเครือข่าย
ส่วนธุรกิจเครือข่ายผลิตสินค้า แล้วให้ผู้บริโภคเข้ามามีส่วนร่วมในการกระจายสินค้า ข้อดีคือ นอกจากบริษัทจะได้กระจายสินค้า ตัวผู้บริโภคเอง ก็ยังสามารถมีรายได้จากเครือข่ายผู้บริโภคที่ตนเองสร้างขึ้น ในฐานะของ เจ้าของเครือข่าย

รายได้มาจากไหน ถ้าขายสินค้าได้บริษัทก็มีกำไร
สมาชิกธุรกิจก็มีรายได้ตามเงื่อนไงของแผนธุรกิจ แต่ถ้าขายไม่ได้ รายได้ก็ไม่มี ซึ่งแตกต่างจากแชร์ลูกโซ่
แชร์ลูกโซ่ไม่จำเป็นต้องมีสินค้าก็ได้ เพราะที่มาของรายได้
ไม่ได้เกิดจากการขายสินค้า แต่มาจากการระดมทุนหรือมาจากเงินลงทุนค่าสมัครสมาชิกของคนใหม่
ๆ บางคนอาจคิดว่า แบบนี้ก็ดีสิ แค่หาคนมาลงทุนหรือสมัครก็มีรายได้แล้ว แต่มันคงไม่ง่ายขนาดนั้น
เพราะถ้ามันง่ายจริง คงไม่มีใครโดนหลอก หลอกให้ลงทุนแล้วสุดท้ายเค้าก็หายไป
ส่วนใหญ่แล้ว แชร์ลูกโซ่จะมีวงจรชีวิตไม่นาน คือเปิดซักระยะแล้วก็ปิด เป็นเพราะ
เมื่อเครือข่ายมันโตขึ้น แชร์ลูกโซ่ก็จะแบกรับภาระจ่ายเงินให้สมาชิกไม่ไหว สุดท้ายเลยต้องหอบเงินลงทุนของสมาชิกแล้วก็หายไป
ก็เหมือนที่เราเห็นบ่อย ๆ ตามข่าวนั่นแหละครับ
สรุปคือ
สิ่งที่เหมือนกันระหว่างธุรกิจเครือข่ายกับแชร์ลูกโซ่คือ การสร้างเครือข่าย
แต่สิ่งที่ทำให้มันแตกต่างคือ ที่มาของรายได้
ธุรกิจเครือข่ายสร้างเครือข่ายเพื่อกระจายสินค้า แล้วแบ่งกำไรจากการขายสินค้าให้กับผู้ที่เป็นเจ้าของเครือข่าย
นั้นก็คือคุณ ส่วนแชร์ลูกโซ่ สร้างเครือข่ายเพื่อหวังเงินลงทุนจากสมาชิก
และอีกอย่างที่แตกต่างกันคือ ธุรกิจเครือข่ายจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย
แต่แชร์ลูกโซ่ผิดกฎหมายครับ
บทความแนะนำ
แฉความจริง แชร์ลูกโซ่ จะได้ไม่โดนหลอก
เอาจริง ๆ นะ ธุรกิจเครือข่ายคืออะไรกันแน่
บทความแนะนำ
แฉความจริง แชร์ลูกโซ่ จะได้ไม่โดนหลอก
เอาจริง ๆ นะ ธุรกิจเครือข่ายคืออะไรกันแน่
